Improve Power Quality · Power Factor · Harmonics

บิลค่าไฟของคุณมีบรรทัด “ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์” หรือไม่?

ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์คือเงินที่จ่ายเพิ่มทุกเดือนโดยไม่ได้ใช้พลังงานเพิ่มแม้แต่หน่วยเดียว และมักสูงขึ้นหลังติดโซลาร์เซลล์ หากไม่ได้ปรับระบบชดเชยกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟให้สอดคล้องกัน

ขณะเดียวกัน กระแสฮาร์มอนิกจากอินเวอร์เตอร์ ไดรฟ์มอเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมองไม่เห็นในบิล ทำให้คาปาซิเตอร์ หม้อแปลง และสายไฟร้อนเกินและเสื่อมเร็ว — ตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าก่อน แล้วจึงตัดสินใจลงทุนระบบผลิตไฟฟ้า

21,138.39 ฿

ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ในบิล กฟภ. เพียงเดือนเดียว (ตัวอย่างบิลจริง)

0.46

PF ต่ำสุดที่วัดได้ในกรณีศึกษา ทั้งที่ค่าเฉลี่ยดูปกติที่ 0.946

113 A

กระแสฮาร์มอนิกลำดับที่ 5 เทียบเกณฑ์ 62 A — เกินเกือบ 2 เท่า

≤ 5 ms

เวลาตอบสนองของ SVG เทียบกับตู้คาปาซิเตอร์ที่สับทีละสเต็ป

กับดักของการติดโซลาร์โดยไม่ดูระบบไฟฟ้า

ติดโซลาร์แล้วค่าไฟลดลง ทำไมค่าปรับกลับเพิ่ม?

มิเตอร์ของการไฟฟ้าวัดเพาเวอร์แฟคเตอร์จากไฟที่ดึงจากสายส่งเท่านั้น เมื่อโซลาร์จ่ายพลังงานจริง (kW) ให้โหลดแทน ไฟที่ซื้อจากการไฟฟ้าลดลง แต่กำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ (kvar) ที่มอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ และหม้อแปลงต้องใช้ยังถูกดึงจากสายส่งเท่าเดิม สัดส่วน kvar ต่อ kW ที่มิเตอร์จึงสูงขึ้น — PF ที่มิเตอร์ต่ำลง แม้เครื่องจักรในโรงงานจะทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง

ก่อนติดโซลาร์

พลังไฟฟ้าจริงที่ดึงจากสายส่ง1,000 kW
กำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟจากสายส่ง400 kvar

PF ที่มิเตอร์

0.93

ไม่เกินเกณฑ์

หลังติดโซลาร์ (โซลาร์จ่าย 600 kW)

พลังไฟฟ้าจริงที่ดึงจากสายส่ง400 kW
กำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟจากสายส่ง400 kvar

PF ที่มิเตอร์

0.71

เกิน 152 kvar ≈ 8,523 ฿/เดือน

ตัวอย่างคำนวณเพื่ออธิบายหลักการ — เกณฑ์ kvar = 61.97% × 400 kW = 248 kvar · ส่วนที่เกิน 152 kvar × 56.07 บาท (ก่อน VAT)

ใบแจ้งค่าไฟฟ้า กฟภ. รอบบิล 04/2567 ไฮไลต์บรรทัดค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ 21,138.39 บาท
ตัวอย่างใบแจ้งค่าไฟฟ้าจริงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รอบบิล 04/2567 แรงดัน 22–33 kV (ปิดข้อมูลผู้ใช้ไฟ) · คลิกเพื่อดูภาพเต็ม

อ่านบิลจริง: 21,138.39 บาทมาจากไหน

  1. 1 ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด 621 kW และกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟสูงสุด 762 kvar (บรรทัด “กิโลวาร์”)
  2. 2 การไฟฟ้ายอมให้ kvar ได้ไม่เกิน 61.97% ของ kW (เทียบเท่า PF 0.85) → 61.97% × 621 = 384.8 kvar
  3. 3 ส่วนที่เกิน 762 − 384.8 ≈ 377 kvar × 56.07 บาท = 21,138.39 บาท ตรงกับยอดในบิล

≈ 2.7 แสน ฿

ต่อปีรวม VAT หากเกิดซ้ำในระดับเดียวกันทุกเดือน

≈ 0.63

PF เมื่อเทียบ kvar สูงสุดกับ kW สูงสุดของบิลนี้

ค่าปรับลักษณะนี้แก้ได้ที่ต้นเหตุ และมักคืนทุนเร็วกว่ามาตรการลดค่าไฟอื่น ๆ ลองเปิดบิลของสถานประกอบการคุณ แล้วดูบรรทัด “ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์” ว่ามีตัวเลขหรือไม่

The Silent Killer

ฮาร์มอนิก: ปัญหาที่ไม่ปรากฏในบิล แต่ปรากฏในค่าซ่อม

อินเวอร์เตอร์โซลาร์ ไดรฟ์ปรับรอบมอเตอร์ (VSD) UPS และแหล่งจ่ายไฟของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดึงกระแสไม่เป็นรูปไซน์ เกิดกระแสความถี่สูงกว่า 50 Hz (ฮาร์มอนิก) ไหลวนในระบบ โวลต์มิเตอร์อาจอ่านค่าแรงดันได้ปกติ แต่กระแสส่วนเกินนี้ทำให้อุปกรณ์ร้อนและเสื่อมก่อนวัย

กระแสฮาร์มอนิกรายลำดับ เทียบเกณฑ์

หน่วย: A · เฟส B

หม้อแปลง T1 2,500 kVA / 415 V · ค่า 95% probability maximum จากการตรวจวัดในกรณีศึกษา

เกินเกณฑ์ อยู่ในเกณฑ์ ค่าเกณฑ์ที่ยอมรับได้

ความเพี้ยนแรงดัน (THDv)

2.8–2.9%

อยู่ในเกณฑ์ 5% — “ดูปกติ”

ความเพี้ยนกระแส (THDi)

42–51%

ค่าสูงสุดชั่วขณะถึง 89% (เฟส B)

ผลกระทบที่โรงงานจ่ายจริง

  • คาปาซิเตอร์ร้อนและเสียหาย — ตู้คาปาซิเตอร์เกิดการสั่นพ้อง (Resonance) กับฮาร์มอนิก ขยายกระแสลำดับที่ 5 และ 7 จนเกินพิกัด
  • หม้อแปลงและสายไฟร้อนเกิน — สูญเสียพลังงานเป็นความร้อน ต้องลดพิกัดการใช้งานลง อายุฉนวนสั้นลง
  • เบรกเกอร์ทริปโดยไม่ทราบสาเหตุ — สายนิวทรัลร้อนจากฮาร์มอนิกลำดับที่ 3 และการตรวจจับกระแสผิดพลาด
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์ควบคุมเสียบ่อย — มอเตอร์สั่นและร้อน บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ PLC และไดรฟ์ทำงานผิดปกติ

ทำไมตู้คาปาซิเตอร์แบงค์แบบเดิมรับมือไม่ไหว

ตู้คาปาซิเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่าสำหรับโหลดที่นิ่ง แต่มีข้อจำกัดเมื่อโหลดผันผวนหรือมีโซลาร์ร่วมในระบบ

ตอบสนองช้า

สับเข้า–ออกด้วยคอนแทคเตอร์ทีละสเต็ป ต้องรอคาปาซิเตอร์คายประจุ ตามโหลดที่เปลี่ยนเร็วและแดดที่มีเมฆบังไม่ทัน

ชดเชยเป็นขั้น

ชดเชยได้ทีละขนาดสเต็ป ไม่ละเอียดพอ บางช่วงขาด บางช่วงเกิน — ในกรณีศึกษาวัดได้ทั้ง +62 และ −43 kvar

ชดเชยได้ทางเดียว

จ่ายได้เฉพาะรีแอคทีฟแบบ Capacitive เมื่อชดเชยเกิน (Leading) แก้กลับไม่ได้

เสี่ยงสั่นพ้อง

คาปาซิเตอร์กับหม้อแปลงอาจเกิดการสั่นพ้องที่ความถี่ฮาร์มอนิก ขยายกระแสฮาร์มอนิกแทนที่จะลด

Quality First, Solar Second

ลำดับการลงทุนที่ถูกต้อง: ทำระบบไฟให้เสถียรก่อน แล้วจึงติดโซลาร์

การแก้คุณภาพไฟฟ้าใช้งบน้อยกว่าระบบผลิตไฟฟ้ามาก คืนทุนเร็ว และทำให้โซลาร์ที่ติดภายหลังไม่สร้างค่าปรับหรือภาระให้อุปกรณ์เดิม

ขั้นที่ 1

วิเคราะห์บิลค่าไฟ

แยกค่าพลังงาน ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า และค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ให้เห็นว่าเงินส่วนไหนลดได้ด้วยวิธีใด

ขั้นที่ 2

ตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้า

ติดตั้งเครื่องบันทึกคุณภาพไฟฟ้าที่ตู้ MDB ต่อเนื่องหลายวัน เก็บ PF, kvar, THDv, THDi และกระแสฮาร์มอนิกรายลำดับ

ขั้นที่ 3

แก้ไขที่ต้นเหตุ

กำหนดขนาด SVG / Active Harmonic Filter จากข้อมูลจริง เผื่อการเติบโตของโหลดและระบบโซลาร์ในอนาคต

ขั้นที่ 4

ลงทุนโซลาร์ / แบตเตอรี่

ออกแบบขนาดตามโหลดกลางวันจริง บนระบบไฟฟ้าที่พร้อม แล้ววัดผลเทียบกับข้อมูลตั้งต้นจากขั้นที่ 2

Our Solution

SVG และ Active Harmonic Filter — ชดเชยแบบ Real-time

SVG (Static Var Generator) ใช้อินเวอร์เตอร์ IGBT สร้างกระแสรีแอคทีฟหักล้างกับกระแสในระบบอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสเต็ป ส่วน Active Harmonic Filter (AHF) ใช้หลักการเดียวกันฉีดกระแสหักล้างฮาร์มอนิก — เลือกใช้แยกหรือร่วมกันตามผลตรวจวัด

หัวข้อ ตู้คาปาซิเตอร์แบงค์ SVG / AHF
เวลาตอบสนอง ระดับวินาที (สับทีละสเต็ป) ≤ 5 มิลลิวินาที
ความละเอียดการชดเชย เป็นขั้นตามขนาดสเต็ป ต่อเนื่อง ได้ PF > 0.99
ทิศทางการชดเชย Capacitive อย่างเดียว ทั้ง Inductive และ Capacitive
ฮาร์มอนิก เสี่ยงสั่นพ้องและขยายฮาร์มอนิก กรองได้ลำดับที่ 2–51
เมื่อแรงดันตก กำลังชดเชยลดลงตามแรงดันยกกำลังสอง ทำงานได้ที่แรงดัน −40% ถึง +20%
ขยายระบบ เพิ่มสเต็ป / ตู้ใหม่ โมดูลาร์ เพิ่มโมดูลได้

ตัวอย่างข้อกำหนดทางเทคนิคของ SVG

ตามรุ่นที่ใช้ในกรณีศึกษา — รุ่นและขนาดสำหรับแต่ละโครงการกำหนดจากผลตรวจวัด

แรงดันใช้งาน
AC 415 V (−40% ~ +20%)
ความถี่
45–65 Hz
เวลาตอบสนอง
≤ 5 ms
ประสิทธิภาพระบบ
≥ 97.5%
ประสิทธิภาพกรองฮาร์มอนิก
≥ 97%
ประสิทธิภาพชดเชยรีแอคทีฟ
≥ 99%
อุณหภูมิใช้งาน
−35 ถึง 55 °C
ระดับการป้องกัน
IP30 (ติดตั้งในห้องไฟฟ้า)
ป้องกันกระแสเกิน แรงดันเกิน และความร้อนเกิน · มาตรฐานการออกแบบ GB/T 15576, GB/T 14549, DL/T 1216-2013, GB 4208
Case Study · โรงงานที่ติดตั้ง PV

ติดโซลาร์แล้วค่าปรับ PF เพิ่ม — แก้ด้วย SVG 400 kvar

โรงงานรับไฟ 10 kV มีหม้อแปลง 5 ลูก (T1–T4 จ่ายโหลดโรงงาน, T5 รับไฟจากระบบ PV) ติดตู้คาปาซิเตอร์ที่ T1–T4 แล้ว ปีก่อนเสียค่าปรับ PF รวม 4,100 USD หลังติด PV ค่าปรับในช่วงไม่กี่เดือนสูงถึง 2,800–4,100 USD

ผลวิเคราะห์ต้นเหตุ

  • ฝั่งแรงต่ำของหม้อแปลงแต่ละลูกมี PF เฉลี่ยมากกว่า 0.9 แต่ยังมีรีแอคทีฟคงค้างรวมราว 200 kvar
  • PV จ่ายพลังงานส่วนใหญ่ให้โรงงาน ไฟที่ซื้อจากสายส่งลดลง มิเตอร์บันทึกเฉพาะพลังงานไฟฟ้าทิศทางซื้อเข้า PF ที่มิเตอร์จึงต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ตู้คาปาซิเตอร์ตอบสนองช้า ชดเชยตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน PF ที่ T1 แกว่งระหว่าง 0.46–1.00
  • ตู้คาปาซิเตอร์เกิดการสั่นพ้อง กระแสฮาร์มอนิกลำดับที่ 5 และ 7 เกินเกณฑ์ เสี่ยงต่อความเสียหายของคาปาซิเตอร์

แนวทางแก้ไข

  • ติดตั้ง SVG ขนาด 400 kvar (ความต้องการปัจจุบัน ~200 kvar เผื่อการขยายโหลด) ที่ฝั่งแรงต่ำของหม้อแปลง T1
  • SVG รับสัญญาณแรงดันและกระแสจากฝั่งแรงสูง 10 kV ตำแหน่งเดียวกับมิเตอร์การไฟฟ้า แล้วชดเชยที่ฝั่งแรงต่ำแบบ Real-time — ชดเชยให้ทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะหม้อแปลงลูกเดียว
  • ตรวจวัดผลด้วยเครื่องวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า FLUKE ต่อเนื่อง 3 วันหลังติดตั้ง

ผลลัพธ์ Before / After

ผลการตรวจวัดด้วยเครื่อง FLUKE ต่อเนื่อง 3 วัน หลังติดตั้ง SVG

กำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟคงค้าง (kvar)

ก่อนติดตั้ง SVG~200 kvar
หลังติดตั้ง SVG~20 kvar

−90%

รีแอคทีฟคงค้างลดลง

เพาเวอร์แฟคเตอร์ (PF)

ก่อน

0.46–1.00

แกว่งตามโหลดและแสงแดด เฉลี่ย 0.946

หลัง

~1.00

นิ่งใกล้ 1 ต่อเนื่อง

เมื่อ PF ที่จุดวัดของการไฟฟ้าอยู่ใกล้ 1 ปริมาณ kvar จะอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์คิดค่าปรับ (เทียบเท่า PF 0.85) ด้วยระยะห่างที่ปลอดภัย

ที่มา: Case Study on Power Quality Management in Photovoltaic Sites — Shanghai YT Electric Co., Ltd. (กรณีศึกษาต่างประเทศ ระบบ 10 kV/0.4 kV) · เกณฑ์ค่าปรับและอัตราในประเทศไทยแตกต่างกัน ตัวเลขผลลัพธ์ของแต่ละโครงการขึ้นกับผลตรวจวัดหน้างาน

ไม่มีค่าใช้จ่าย · ไม่มีข้อผูกมัด

ส่งบิลค่าไฟมา เราหาจุดรั่วไหลให้

แนบบิลค่าไฟเดือนล่าสุด ทีมวิศวกรจะคำนวณค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ที่จ่ายอยู่ ปริมาณ kvar ที่ต้องชดเชย และประเมินว่าควรตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าหน้างานหรือไม่ ส่งผลกลับภายใน 3 วันทำการ

  • ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ต่อเดือนและต่อปี
  • ขนาดระบบชดเชยเบื้องต้นและระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ
  • ผลกระทบต่อ PF หากกำลังจะติดโซลาร์
  • แนวทางตรวจวัดฮาร์มอนิกหน้างานด้วยเครื่องวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า
สะดวกส่งทางอื่น: sales@plai.co.th · โทร 081-548-6823
อาการที่พบ (เลือกได้หลายข้อ)

ถ่ายรูปบิลด้วยมือถือก็ใช้ได้ ขอให้เห็นบรรทัดกิโลวัตต์ กิโลวาร์ และค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ชัดเจน

ข้อมูลและไฟล์ของท่านใช้เพื่อจัดทำผลวิเคราะห์และติดต่อกลับเท่านั้น หากแนบไฟล์ไม่สำเร็จ ส่งบิลมาที่ sales@plai.co.th ได้เช่นกัน

เมื่อระบบไฟฟ้าพร้อมแล้ว — ต่อยอดลดค่าไฟส่วนอื่น

ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์เป็นเพียงหนึ่งในสี่ส่วนของบิลที่ลดได้ ส่วนที่เหลือคือค่าพลังงาน On-Peak / Off-Peak และค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ซึ่งลดได้ด้วยการย้ายโหลด ระบบควบคุมดีมานด์ โซลาร์ และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน